ไม่อยากเป็นแผลเป็น ทำยังไงดี?
แผลเป็นเป็นสิ่งที่หลายคนกังวล เพราะเมื่อเกิดขึ้นแล้วอาจรักษาได้ยากกว่าช่วงที่เป็นแผลใหม่ ๆ ดังนั้น “การป้องกันตั้งแต่แรก” จึงสำคัญที่สุด
ด้านล่างนี้คือรูปแบบ Q&A ที่ตอบโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง
Q: แผลเป็นเกิดจากอะไร?
A: แผลเป็นเกิดจากกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติของร่างกาย เมื่อผิวหนังได้รับบาดเจ็บ ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมแผล แต่หากมีการสร้างมากเกินไปหรือไม่สมดุล อาจทำให้เกิดแผลเป็นนูนหรือรอยแผลถาวรได้
Q: คีลอยด์ (Keloid) กับแผลเป็นนูน (Hypertrophic scar) ต่างกันอย่างไร?
A: คีลอยด์ (Keloid): เป็นแผลเป็นที่นูนและขยายเกินขอบเขตของแผลเดิม
แผลเป็นนูน (Hypertrophic scar): นูนขึ้นเฉพาะบริเวณแผลเดิม มักมีสีแดงในช่วงแรก และมีโอกาสค่อย ๆ จางลงได้ภายในประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี
Q: ถ้าเกิดแผลเป็นแล้ว สามารถรักษาได้ไหม?
A: สามารถรักษาได้ โดยวิธีที่ใช้ขึ้นอยู่กับลักษณะของแผล เช่น การฉีดยาลดพังผืด การใช้เลเซอร์ การผ่าตัด หรือการฉายแสง ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกวิธีที่เหมาะสมในแต่ละราย
Q: รักษาแล้วหายขาดเลยไหม?
A: ผลการรักษาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับชนิดของแผล ขนาด และระยะเวลา แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
Q: ถ้ามีแผลใหม่ จะป้องกันไม่ให้เกิดแผลเป็นได้อย่างไร?
A: การดูแลแผลตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญมาก เช่น
หลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือกดแผล
เมื่อแผลเริ่มปิด สามารถใช้ ซิลิโคนเจลหรือแผ่นซิลิโคน เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดแผลเป็น
อาจมีการนวดแผลตามคำแนะนำแพทย์ในบางกรณี
ควรดูแลต่อเนื่องอย่างน้อย 2–3 เดือน หรือจนกว่าแผลจะเข้าที่
การดูแลแผลอย่างถูกวิธีตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยลดโอกาสการเกิดแผลเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด